ReadyPlanet.com


สุนัขเป็นขี้เรื้อนค่ะ


สุนัข 6 เดือนเริ่มเป็นขี้เรื้อนขึ้นบริเวณหน้าขนร่วงจนเริ่มเห็นผิวหนังแล้วใช้ยารักษาแบบไหนดีค่ะได้ผลดีที่สุดแล้วต้องใช้เวลารักษานานไหม  ขอบคุณค่ะ



ผู้ตั้งกระทู้ อุบล :: วันที่ลงประกาศ 2011-01-18 12:35:35


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (3372727)

อันดับแรกถามก่อนครับ  ว่าขูดผิวหนังส่องกล่องยืนยันว่าเป็นขี้เรื้อนหรือยังครับ

และหากขูดแล้ว  เป็นขี้เรื้อนชนิดไหน  ขี้เรื้อน sarcoptes หรือ demodex

รายละเอียดของขี้เรื้อนทั้งสองชนิดอ่านตามความเห็นข้างล่างครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2011-01-18 12:49:46


ความคิดเห็นที่ 2 (3372728)

ไรขี้เรื้อนแห้ง
   ไรขี้เรื้อนแห้ง เป็นโรคผิวหนังที่พบได้บ่อยในสุนัขและแมว  เกิดจากการติดไรขี้เรือนที่ชื่อ Sarcoptes

อาการ
   ขี้เรือนแห้งมักพบรอยโรคที่หัวและใบหู แต่สามารถเป็นได้ทั่วตัว โดยขนจะร่วง เกา คัน และมีสะเก็ดแข็งๆ (แยกออกจากไรในหูคือ ขี้เรือนแห้งจะเป็นที่ใบหูและขอบหูเท่านั้น ไม่เป็นในรูหู)

การตรวจวินิจฉัย
   ขูดผิวหนังไปส่องกล้องหาตัวไร

 

การรักษา

   สามารถรักษาได้หลายวิธี เช่น

  1. ฉีดยา Ivermectin 300 ไมโครกรัม/กิโลกรัม  ฉีดเข้าใต้ผิวหนัง 2 ครั้ง  ห่างกัน 14 วัน
  2. หรือหยอดหลังด้วย Revolution หยอด 3 ครั้ง ห่างกันครั้งล่ะ 14 วัน
  3. หรือหยอดหลังด้วย Advocate
  4. ใช้ยาทาภายนอกเช่น KU Pour On หรือ Dr.Merge
  5. ร่วมกับการรักษาบรรเทาตามอาการต่างๆ เช่นยาลดคัน, ยาปฏิชีวนะในรายที่มีการติดเชื้อที่ผิวหนังแทรกซ้อน, แชมพูยา

 

ความสำคัญ

  • ขี้เรื้อนแห้งเป็นโรคที่สามารถติดต่อสัตว์อื่น และติดต่อคนได้  จึงควรแยกบริเวณจากสัตว์อื่นๆจนกว่าจะหายดี
  • ขี้เรื้อนแห้งเป็นโรคที่รักษาให้หายขาดได้  แต่สามาถติดต่อกลับมาเป็นอีกได้เช่นกัน
ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2011-01-18 12:49:53


ความคิดเห็นที่ 3 (3372729)

ไรขี้เรื้อนเปียก / ไรขี้เรื้อนรูขุมขน Demodex

      ขี้เรื้อนเปียกในสุนัขเกิดจากตัวไรที่ชื่อว่า Demodex canis ซึ่งตามปกติไรตัวนี้ จะมีอยู่ในรูขุมขนของสุนัขทุกตัวแต่จะไม่ก้อให้เกิดปัญหาอะไร ยกเว้นตัวไรมีการเพิ่มจำนวนขึ้นจนก่อให้เกิดปัญหาที่รูขุมขนหรือผิวหนัง

อาการ

      มักเริ่มต้นด้วยเส้นขนหลุดร่วงง่าย  เนื่องจากตัวไรอาศัยอยู่ในรูขุมขน   เมื่อตัวไรเพิ่มจำนวนขึ้นและก่อให้เกิดการอักเสบของรูขุมขนก็จะเกิดอาการรูขุมขนอักเสบเป็นตุ่มๆคล้ายๆการเกิดสิว    เมื่อเริ่มเป็นหนักขนจะหลุดร่วงมากขึ้น ผิวหนังเริ่มหนา มีกลิ่นตัว  อาจเกิดผิวหนังอักเสบเป็นหนองร่วมด้วย เนื่องจากสุนัขเกาจนผิวหนังอักเสบเป็นแผลและติดเชื้อ

การตรวจวินิจฉัย

      ขูดผิวหนังแล้วส่องกล้องตรวจด้วยกล้องจุลทัศน์ เพื่อหาตัวไร และดูจำนวนตัวไรที่พบ

 

การรักษา

   สามารถรักษาได้หลายวิธี เช่น

  1. ฉีดยาหรือกินยา  Ivermectin  (ภายใต้การควบคุมของสัตวแพทย์)
  2. หรือหยอดหลังด้วย Revolution 
  3. หรือหยอดหลังด้วย Advocate
  4. ใช้ยาทาภายนอกเช่น KU Pour On หรือ Dr.Merge
  5. ร่วมกับการรักษาบรรเทาตามอาการต่างๆ เช่นยาลดคัน, ยาปฏิชีวนะในรายที่มีการติดเชื้อที่ผิวหนังแทรกซ้อน, แชมพูยา

 

ความสำคัญ

  • ขี้เรื้อนเปียกไม่ใช่โรคติดต่อ  แต่อาจพบขี้เรื้อนเปียกเกิดขึ้นพร้อมๆกันในสุนัขหลายตัวได้ เนื่องจากปัจจัยเรื่องการเลี้ยงดูและสภาพแวดล้อม
  • ขี้เรื้อนเปียกมักพบในสุนัขที่ไม่แข็งแรง เช่นป่วย เครียด หลังคลอด   หรือเป็นปัญหาแทรกซ้อนจากปัญหาผิวหนังอักเสบด้วยสาเหตุอื่นๆอื่นๆ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2011-01-18 12:50:20



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.