ReadyPlanet.com

 หน้ารวมกลุ่มเว็บบอร์ด > พูดคุยกับคุณหมอ สอบถามปัญหาสัตว์เลี้ยง > การรักษาโรคพยาธิในเม็ดเลือดสุน...

การรักษาโรคพยาธิในเม็ดเลือดสุนัข


มีปัญหาเกี่ยวกับการรักษาโรคพยาธิในเม็ดเลือดมาสอบถามคุณหมอค่ะ

     สุนัขเพศเมีย ทำหมันแล้ว อายุ 14 ปี หนัก 10.30 กก.  ตรวจสุขภาพแล้วหมอแจ้งว่าค่าตับสูง 118 ให้กินยาบำรุง ต่อมาอีก 2 สัปดาห์มีเห็บเยอะมาก(ที่สุดในชีวิต 14 ปี เพราะขณะนี้จำเป็นต้องแยกกันอยู่) มีอาการซึม ไม่กินอาหาร หมอแจ้งว่ามีไข้สูงมาก ๆ  การตรวจเลือดอีกมีรายละเอียดดังนี้ค่ะ

                           เกล็ดเลือด                ค่าตับ               เม็ดเลือดขาว

13 กพ. 54          300000                  118  (ตอนที่ตรวจสุขภาพ และได้ยาบำรุงตับมากิน)

27 กพ. 54            26000                   348  (ตอนที่พบเห็บและมีอาการซึม ไม่กินอาหาร หมอบอกว่าเป็นพยาธิ

                                                           ในเม็ดเลือด ให้ยาเม็ดสีน้ำตาลมีตัวอักษร d m  และยาอื่นอีกหลายอย่าง)

5  มีค. 54            350000                  378   (หมอให้ยากิน 1 สัปดาห์ และตรวจเลือดทุกสัปดาห์ ไม่มีเห็บแล้ว

                                                                    และกำจัดเห็บตามที่นอน รอบ ๆ บ้าน  ของใช้ของสุนัขด้วยแล้ว)

14 มีค. 54           300000                  400                13000     

19 มีค. 54           300000                  291                 30000

26 มีค. 54           380000                 102                  24100 (เลิกกินยาเม็ดสีน้ำตาล)

2 เมย. 54            480000                 170                  18000

9 เมย. 54            100000                 176                   10000     (มีอาการซึม เบื่ออาหาร มีไข้ 105                                                             หมอบอกว่าสงสัยคงกลับมาเป็นพยาธิฯ อีก และให้ยาเม็ดสีน้ำตาลมากินอีกครั้ง)

11 เมย.54           116000                 205  (ตรวจเลือดที่คลีนิคอื่น และตรวจ test kit พบว่ามีเชื้อE canis

ให้ยาเม็ดสีน้ำตาลแบบเดียวกับที่คลีนิคแรกให้กิน  และบอกว่าเมื่อครบ 1 สัปดาห์ให้มาตรวจเลือดใหม่ และถ้าแข็งแรงดีจะใช้วิธีฉีดยาฆ่าพยาธิฯ

     สงสัยว่าการรักษาโรคที่ติดเชื้อนี้ใช้เวลาประมาณเท่าใด   ยาที่กินมีผลกับตับมั้ย จำเป็นต้องเจาะเลือดกันทุกสัปดาห์เลยหรือสงสารลูกมาก    ทำไมถึงกลับมาเป็นอีกครั้งทั้ง ๆ ที่ไม่พบเห็บอีกเลย กลับบ้านทุกสัปดาห์ก็กำจัดเห็บในบ้าน นอกบ้าน ที่ตัวลูกก็ไม่พบเห็บอีก  เป็นนานขนาดนี้จะกลายเป็นเรื้อรังหรือไม่  เครียดและท้อ สงสารลูกที่ต้องกินยาเยอะและถูกเจาะเลือดบ่อย ๆ แต่อาการก็ยังทรง ๆ ทรุด ๆ นานถึง 2 เดือนแล้ว  คิดอยากจะพาลูกมารักษาที่รพส.จุฬา  คุณหมอคิดว่าจะดีมั้ยคะ

          ขอคำแนะนำจากคุณหมอด้วย   ขอบพระคุณล่วงหน้ามา ณ ที่นี้ค่ะ  

 

 



ผู้ตั้งกระทู้ ลูกตาล :: วันที่ลงประกาศ 2011-04-19 23:11:45


[1]

ความเห็นที่ 1 (3373724)

เห็นแจ้งค่าเลือดมาแค่ 3 อย่าง  คือ เกร็ดเลือด / ค่าตับ / แม็ดเลือดขาว

ไม่ทราบว่าค่อเม็ดเลือดแดง / ความหน้าแน่นเม็ดเลือดแดง / ฮีโมโกลบิน เป็นอยางไรบ้างนะครับ   นอกจากนี้ในการตรวจเลือดแต่ล่ะครั้ง   ตรวจพบพยาธิเม็ดเลือดโดยตรงหรือไม่   หรือหมอแค่สันนิฐานจากค่าเกร็ดเลือดที่ต่ำ

ปกติถ้าเป็นพยธิเม็ดเลือดชนิดที่ใช้ยากินรักษาได้   กิยาต่อเนื่อง 2-4 อาทิตย์ก็น่าจะหายครับ
ส่วนค่าตับ  ถ้าสูงจากสาเหตุเรื่องพยาธิเม็ดเลือด  หากรักษาตรงจุดก็จะดีขึ้น  (หรือหากสูงต่อเนื่องอันเนื่องมาจากการกินยา doxy เนื่องจากยา doxy ก็มีผลต่อตับด้วย   เมื่อรักษาจบคอส  หยุดยา  ค่าตับก็ควรจะค่อยๆดีขึ้นครับ)

หากรักษากันมานานเป็นเดือนๆแล้วไม่ดีขึ้น   หรือหมอยังสรุปสาเหตุที่แท้จรงไม่ได้  ทำได้แค่รักษาไปตามอาการ    แนะนำว่าควรเปลี่ยนโรงพยาบาลครับ   จะไปที่เกษตร จุฬา มหิดล ที่ไหนก็ได้ครับ  แล้วแต่สะดวก

โดยแนะนำว่าก่อนไปให้ไปขอรายละเอียด "ประวัตการตรวจรักษา" และ "จดหมายส่งตัว" จากคลินิกเก่าที่ทำการรักษาครับ    

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2011-04-20 06:42:49


ความเห็นที่ 2 (3373734)

เรียนคุณหมอ

   ที่แจ้งรายการตรวจเลือดมา 2 อย่าง เพราะผลตรวจอย่างอื่นหมอบอกว่าปกติ แล้วการตรวจแต่ละครั้งไม่ได้ตรวจพบพยาธิฯโดยตรงเป็นการสันนิษฐานของหมอแล้วรักษามาเรื่อย ๆ (เพิ่งตรวจพบพยาธิฯแน่นอนในการตรวจTest Kit  ครั้งหลังจากคลีนิคแห่งใหม่ค่ะ)  รักษามาเป็นเดือนก็ถามหมอเหมือนกันว่าทำไมค่าตับไม่ดีขึ้น หมอก็บอกยาที่กินมีส่วนทำให้ค่าตับสูง  พอเลิกกินยาฆ่าพยาธิฯ ค่าตับยังสูง หมอก็บอกลูกตาลอายุมากแล้ว ปัจจุบันก็กลับมากินยาเม็ดสีน้ำตาลนั้นอีก 2 สัปดาห์แล้วให้ตรวจเลือดใหม่  ไม่ทราบว่าจะตายเพราะกินยาหรือเปล่า  ระหว่างสัปดาห์ที่กินยา ลูกตาลก็กินอาหารได้บ้างไม่ได้บ้าง สลับกับเป็นไข้ กินแล้วอ้วก 

   การขอประวัติตรวจรักษา หมายถึงเราถามจากหมอแล้วจดเอามา หรือว่าเป็นการขอถ่ายเอกสารได้คะ  โดยสภาพของลูกตาลถ้าพาขึ้นรถเดินทางเข้ากรุงเทพเพื่อรักษาตัวจะทำให้เขาทรุดหรือเปล่า  เพราะปกติเขาก็ไม่ค่อยได้ขึ้นรถอยู่แล้วด้วยค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ลูกตาล วันที่ตอบ 2011-04-21 05:03:24


ความเห็นที่ 3 (3373738)

เรื่อง "ประวัตการตรวจรักษา" และ "จดหมายส่งตัว"  แล้วแต่ทางคุณหมอเจ้าของไข้จะดำเนินการครับ  อาจจะเขียนให้ใหม่ หรือ ถ่ายสำเนาให้ก็ได้   (แต่คาดว่าน่าจะเขียนให้ใหม่แบบคร่าวๆมากกว่า)    
ประวัติการตรวจรักษาถือเป็นข้อมูลที่เจ้าของสัตว์มีสิทธิ์รับรู้  ขอแล้วต้องได้ครับ   เพียงแต่หลายๆที่จะหวง  ไม่ยอมเขียนให้  เพราะกลัวว่าหากในขั้นตอนการตรวินิจฉัยหรือรักษาหากมีขั้นตอนใดที่ผิดพลาด  หมอท่านอื่นมาเห็นแล้วจะโดนต่อว่า 

ส่วนการเคลื่อนย้ายหรือเดินทางนั้น   จริงๆคุณหมอเจ้าของไข้ต้องเป็นคนประเมินครับ ว่าสภาพร่างกายสุนัขพร้อมหรือไม่

 

ส่วนเรื่องการตรวจ test kit แล้วระบุว่าเป็น E.canis นั้น  เป็นไปได้สองทางคือสุนัขยังไม่หาย  หรือหายแล้วแต่ผลบวกยังคงเป็นบวกอยู่     เนื่องจาก test kit ตรวจ E.canis โดยมากจะเป็นการตรวจหาภูมิคุ้มกัน    ซึ่งเมื่อร่างกายได้รับเชื้อมา  จะมีภูมิคุ้มกันในระดับที่ตรวจไอยู่ประมาณ 6 เดือน   ดังนั้นต่อให้รักษา E.canis หายแล้ว หรือกินยาครบโดสแล้ว   เวลาตรวจ test kit ยังไงก็ให้ผลเป็นบวกอยู่ดีครับ    ต้องรอเวลาประมาณ 6 เดือน (หรือตามฉลากของผลิตภัณฑ์ระบุ)  แล้วจึงค่อยตรวจ test kit ซ้ำอีกครั้ง        ช่วงการติดตามผลการรักษาก็จะดูที่ค่าเม็ดเเลอดแดง ขาว เกร็ดเลือด และการทำงานของตับไตเป็นหลักครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2011-04-21 06:31:38



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล *
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.