ReadyPlanet.com

 หน้ารวมกลุ่มเว็บบอร์ด > พูดคุยกับคุณหมอ สอบถามปัญหาสัตว์เลี้ยง > น้ำเข้าหู

น้ำเข้าหู


อาบน้ำน้องหมา แล้วเข้าใจว่าน้ำเข้าหู เลยทำให้หูอักเสบ หูแดงบวมเล็กน้อย มีขี้หูเปียก ๆ เหม็น ๆ แฉะ ๆ ในหู รักษาเองยังไงคะ ต้องใช้เวลาประมาณเท่าไหร่จึงจะหาย ขอบคุณค่ะ 



ผู้ตั้งกระทู้ น้องแตง :: วันที่ลงประกาศ 2011-05-05 13:18:40


[1]

ความเห็นที่ 1 (3373911)

จริงๆดีที่สุดควรพาไปตรวจที่โรงพยาบาลสัตว์ครับ  ตรวจในช่องหูดูว่ามีการติดเชื้ออะไรร่วมด้วยหรือเปล่าจะได้จ่ายยาให้ตรงกับเชื้อที่เป็น

หากไม่สะดวกพาไปตรวจ  โดยมากก็ต้องล้างทำความสะอาดช่องหูร่วมกับการหยอดยาเพื่อลดอักเสบและฆ่าเชื้อครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2011-05-05 14:38:46


ความเห็นที่ 2 (3373912)

การล้างทำความสะอาดหู  เป็นสิ่งนึงที่ช่วยในการป้องกันปัญหาช่องหูอักเสบ  หรือกรณีเกิดช่องหูอักเสบขึ้นมาแล้ว  การล้างทำความสะอาดช่องหู  ก็จะช่วยให้การรักษาได้ผลดียิ่งขึ้น

ก่อนอื่นที่สำคัญที่สุดแล้วสำหรับปัญหาช่องหูคือ  ต้องตรวจให้ทราบสาเหตุก่อนว่า ปัญหาช่องหูอักเสบเกิดจากอะไร เพื่อจะได้รักษาให้ตรงจุด

เมื่อต้องล้างหูสัตว์เลี้ยงให้ใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับล้างหูโดยตรง  ค่อยๆเช็ดทำความสะอาดช่องหูเบาๆ

  • บีบยาล้างทำความสะอาดหูลงไปในรูหู บีบนวดเบาๆรอบกกหูเพื่อให้น้ำยากระจายตัวแล้วเช็ดให้แห้ง
  • หรือจะใช้ cotton bud (ไม้สำลีแคะหู) ชุบน้ำยาแล้วค่อยๆ เช็ดในรูหูก็ได้

เนื่องจากรูหูของสุนัขและแมวมีลักษณะเป็รรูปตัว L ดังนั้นไม่ต้องกลัวเรื่องจะไปทิ่มแก้วหูทะลุ

 

*** แต่ควรทำความสะอาดหูด้วยความนุ่มนวลเนื่องจาก หากสัตว์เลี้ยงสะบัดหูระหว่างที่ใช้ cotton bud แคะหู  อาจะทำให้ cotton bud บาดผิวหนังของรูหูได้

 

 

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2011-05-05 14:39:30


ความเห็นที่ 3 (3373913)

รูหูชั้นนอกอักเสบ : Otitis Externa

 

อาการ
   ผนังของรูหูอักเสบแดง มีเลือดหรือหนอง มีกลิ่นเหม็น  เกา คัน สะบัดใบหู

 

สาเหตุ
- เกิดจากการติดเชื้อ เช่นแบคทีเรีย เชื้อรา เชื้อยีสต์ ไรในหู
- น้ำเข้าหูนานๆ โดยไม่เช็ดออก ---> หูอับชื้น/อักเสบ มีเชื้อต่างๆเข้ามาแทรกซ้อน
- อาการแพ้ หรือภูมิแพ้ บางอย่างก็ออกอาการที่หูได้เช่นกัน

 

การตรวจวินิฉัย
   ทำคล้ายๆกับการตรวจหาไรในหู คือใช้ไม้สำลีแคะหูเก็บตัวอย่าง และนำไปส่องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ แต่ต่างกันตรงที่ เชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา เชื้อยีสต์ มีขนาดเล็กมากและ ใสไม่มีสี ดังนั้นจึงต้องย้อมสีก่อน เพื่อเวลาส่องกล้องจะได้มองเห็น

 

 

 

 

การรักษา
   ขึ้นอยู่กับว่าเป็นเชื้อตัวไหน การรักษามีทั้งยากิน ยาฉีด ยาหยอดหู

*** กรณีที่เป็นเรื้อรัง รักษาไม่หายซักที อาจทำการเก็บตัวอย่างในรูหูไปเพาะเชื้อและทำการทดสอบหาความไวของยาด้วยก็ได้ จะได้จัดยาให้ตรงกับเชื้อ (การเป็นเรื้อรังรักษากันมานานๆ หรือเปลี่ยนคลินิกบ่อยๆ ได้ยาไม่ต่อเนื่อง อาจทำให้เกิดการดื้อยาได้ จึงอาจต้องทำการทดสอบหาความไวของยา)

ดังนั้นการรักษาหูอักเสบโดยทั่วๆไปจะมีดังนี้ครับ

  1. รักษาที่สาเหตุ (ต้องตรวจให้รู้ก่อนว่าเกิดจากอะไร และรักษาให้ตรงกับสาเหตุ) เช่นการให้ยาปฏิชีวนะในกรณีที่เกิดจากการติดเชื้อ, การหยอดหลังด้วย Revolution หรือ Advocate กรณีที่เกิดจากไรในหูเป็นต้น
  2. บรรเทาตามอาการ เช่นเกาคันมาก อาจต้องให้ยาลดคันร่วมด้วย 
  3. การป้องกันการทำร้ายตัวเองโดยใส่ collar ป้องกันการเกา
  4. ป้องกันการติดต่อตัวอื่นๆ เช่นกรณีเป็นไรในหู
  5. ป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำอีก
ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2011-05-05 14:40:31



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล *
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.