ReadyPlanet.com

 หน้ารวมกลุ่มเว็บบอร์ด > พูดคุยกับคุณหมอ สอบถามปัญหาสัตว์เลี้ยง > พยาธิในเลือด babesia

พยาธิในเลือด babesia


 หมายอร์คเชียอายุ1ปี 1เดือน วันอาทิตย์ อาเจียน1ครั้ไม่มีมูลกินอาหารวันจันทร์ซึมไม่นอมกิรอาหาี พาๆปหาหมอที่รพ 

หมอให้ยาแก้อาเจียน กับ bactrim   หมาอาการไม่ดีขึ้น

ไม่ได้เจาะlab ใดๆ นัด follow upวันพุธ.  

แต่เห็นอาการไม่ดีซึม ไม่กินอะไรเลย พยามยามป้อนอาหารหมาป่วย

ย้่าย รพ เจาะ lab เกร็กเลือตำ่ 39หมอให้น้ำเกลือ  ทำ test kไม่ขึ้น

ส่งเลือตรวจ. วันพุธสายๆ เจอเชื้อ babesia. ฉีดยา แล้วและหมอ



ผู้ตั้งกระทู้ Nara :: วันที่ลงประกาศ 2013-02-06 18:00:08


[1]

ความเห็นที่ 1 (3507841)

 ต้องทำอย่างไรต่อคะ โทรไปถามหมอก็บอกให้ดูอาการ

เหมือนให้ดูเค้่แย่ลงเรื่อยๆ อยากขอคำแนะนำคะ ทำอย่างไร

ดีที่สุดสำหรับเค้า เค้่จะเป็นอะไรต่อไปอย่างไร

ผู้แสดงความคิดเห็น Nara วันที่ตอบ 2013-02-06 18:04:06


ความเห็นที่ 2 (3507844)

ปกติพยาธิเม็ดเลือดชนิด Babesia จะต้องรักษาด้วยยาฆ่าพยาธิเม็ดเลือดแบบฉีดครับ

ส่วนที่เลือก็เป็นการรักษาและให้ยาตามอาการ เช่นมีไข้ก็ให้ยาลดไข้ มีโลหิตจางก็ให้ยาบำรุงโลหิต

หากอ่อนเพลียมากไม่กินอาหารก็ต้องให้น้ำเกลือ สารสารอาหารบำรุงร่างกายครับ

หากพึ่งรักษาไปไม่กี่วันก็คงต้องรอดูอาการไปก่อนครับ  แต่ไม่ใช้ว่าไม่ทำอะไรนะครับ ก็รักษาตามอาการและสังเกตุอาการไปก่อน  เพราะในส่วนของยาฉีดฆ่าพยาธิเม็ดเลือด  ต้องใช้เวลาครับ  และคิดว่าน่าจะต้องมีการนัดฉีดซ้ำเมื่อครบกำหนดระยะเวลาครับ

 

 

ยังไงการวางแผนการรักษา การให้ยา การอธิบายเจ้าของเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของทางหมอเจ้าของไข้ครับ

ถ้ารักษาแล้วไม่ดีขึ้น หรือไม่ยอมอธิบายเจ้าของให้เข้าใจ ก็แนะนำให้เปลี่ยนสถานที่ตรวจรักษาครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-02-06 18:27:46


ความเห็นที่ 3 (3507876)

 วันนี้วันที่3แล้วที่ไป รพ ทุกวัน เจ้าตัวเล็กก็ซึมลงเรื่อยๆ

อาการซึมแบบนี้จะนานไหมคะ คนเฝ้าจะแย่ก่อนแล้วคะ

เห็นตัวเล็กไม่เล่น. ไม่กิน ได้แต่ส่งสายตา หนูไม่ไหวคะหมี่มี้

ใจหาย 

ผู้แสดงความคิดเห็น Nara วันที่ตอบ 2013-02-06 22:57:04


ความเห็นที่ 4 (3507890)

กรณีพึ่งผ่านการรักษาไป 3 วันคงยากครับที่จะให้อาการดีขึ้นแบบเห็นชัดเจน  เนื่องด้วยตัวโรค Babesia เองก็ถือว่าเป็นโรคที่ค่อนข้างรุนแรงพอสมควรครับ  เปรียบเทียบก็ถือว่ารุนแรงพอๆกับไข้เลือดออกในคนครับ

ดังนั้นกว่าอาการจะพอดีขึ้นให้เห็นอาจจะต้องใช้เวลา 5-7 วันขึ้นไปครับ

 

แต่หากสุนัขอาการโดยรวมดูแย่ลงเรื่อยๆก็ควรจะต้องปรึกษาหรือสอบถามกับทางหมอเจ้าของไข้ครับ ว่ามีปัญหาหรือมีอาการแทรกซ้อนอะไรที่ทำให้อาการทรุดลงเรื่อยๆ

หากยังไม่สามารถประคองอาการให้ทรงตัวหรือค่อยๆดีขึ้นไป และไม่สามารถอธิบายให้ชัดเจนได้  อาจจะต้องพิจารณาเรื่องการเปลี่ยนที่รักษาครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-02-07 06:05:38


ความเห็นที่ 5 (3509460)

 ขอบคุณมากคะ ตอนนี้อาการดีขึ้นแล้วคะ แต่ยาก้างปลาหมดแล้ว เหลือแต่ยาบำรุงตับตอนกลางคืนคะ ยาฉีดยังไม่ถึงวันนัด ระหว่างนี้ต้องทำอะไรบ้างคะ ควรดูแลอย่างไร จะมีโอกาสเป็นซำ้มากกว่าน้องหมาที่ไม่เคยเป็นหรือไม่ ควรนำน้องหมาไปทำหมันหรือไม่เนื่องจากอาจถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ แต่ตอนนี้อายุแค่ 1 ปี

ผู้แสดงความคิดเห็น nara (jeabti-at-yahoo-dot-com)วันที่ตอบ 2013-02-13 15:35:34


ความเห็นที่ 6 (3509501)

1. กินยาที่เหลือตามที่คุณหมอเจ้าของไข้สั่งจ่าย และคอยสังเกตุอาการไว้ครับ หากมีอาการผิดปกติอะไรก็รีบพาไปตรวจ

เมื่อถึงกำหนดนัดฉัดยาฆ่าพยาธิครั้งที่สองก็ไปให้ตรงตามกำหนดครับ

 

2. การดูแลป้องกันให้ป้องกันและกำจัดเห็บให้ดีครับ  โรคนี้เกิดจากการโดนเห็บหมัดที่มีเชื้อกัดครับ

3. โรคนี้ไม่ได้ติดต่อทางพันธุกรรมครับ  ดังนั้นไม่สามารถถ่ายทอดจากพ่อไปลุกได้ครับ
แต่ติดจากแม่ไปลูกได้  โดยติดผ่านเลือด ไม่ใช่การติดทางพันธุกรรม  
(ทางหลักของการติดเชื้อคือ จากเห็บที่มีเชื้อกัด   จากแม่สู่ลูก จากการถ่ายเลือด)

 

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-02-13 16:34:13


ความเห็นที่ 7 (3509653)

 ขอโทษนะคะที่ไม่เข้าใจคะ กรุณาอธิบายเพิ่มเติมนิดหน่อยนะคะ ที่ว่าไม่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม แต่ติดจากแม่โดยผ่านเลือดหมายถึงยังไงคะ ถ้าผ่านเลือด ก็ควรเป็นพันธุกรรมถึงไม่อยู่ในยีนส์ หรือ โครโมโซมก็ตาม  แต่ถ้าผ่านการสัมผัสเลือดขณะคลอดก็ไม่เป็นพันธุกรรม มันเป็นแบบไหนคะ  อาจเป็นเพราะถามไม่ชัดเจนก็ได้คะ ต้องขออภัยจริงๆ

1 จะต้องทำหมันแม่หรือเปล่าคะกรณีแม่เคยเป็น

2 ถ้าแม่เคยเป็นรักษาแล้ว หากท้องลูกจะมีโอกาสติดเชื้อจากแม่ไหมคะ

3 ถ้าหมาเพศเมียเป็นแล้วรักษษต่อเนื่องตามแพทย์จะยังคงมีเชื้อหรือหรือไม่ และโอกาสเป็นซ้ำสูงกว่าหมาที่ไม่เคยเป็นหรือไม่ (กรณีป้องกันเห็บหมัดเหมือนกัน)

ผู้แสดงความคิดเห็น nara วันที่ตอบ 2013-02-14 10:33:36


ความเห็นที่ 8 (3509691)

โรคพยาธิเม็ดเลือดเป็นโรคติดเชื้อครับ  ติดต่อผ่านเลือด  ผ่านแมลงดูดเลือด ผ่านการถ่ายเลือด ผ่านจากแม่สู่ลูก     ไม่ได้ติดต่อผ่าน ยีนส์หรือโครโมโซมอะไรครับ  ไม่เข้าใจตรงไหนล่ะครับ

ยกตัวอย่างโรคเอดส์   เด็กติดจากแม่สู่ลูกก็คือการติดเชื้อผ่านเลือด  ไม่ได้ติดผ่านพันธุกรรมหรือะไรครับ ไม่เกี่ยวอะไรกันเลย

 

1. , 2. และ 3. ในเมื่อไม่ใช่โรคทางพันธุกรมม   ก็ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับการทำหมันครับ
อยู่ที่ว่าได้รักษาจนหายขาด และป้องกันเห็บหมัดต่อเนื่องหรือเ้ปล่า

 

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-02-14 11:53:48


ความเห็นที่ 9 (3509869)

 พอจะเข้าใจแล้วคะ แต่อยากทราบว่าถ้ารักษาต่อเนื่องจะหายขาดไหม 

ผู้แสดงความคิดเห็น Nara วันที่ตอบ 2013-02-14 20:24:37


ความเห็นที่ 10 (3509875)

 ขอโทผษที่รบกวนนะคะ เพราะกังวลมากๆคะ ว่าจะทำหมันหรือเปล่าเพราะ้จอใน web 

หนึ่งเขียนอย่างนี้คะ

 Dogs that have been diagnosed with Babesia should not be bred or used as blood donors (to prevent spreading disease)

ช่วยแนะนำด้วยนะคั

ผู้แสดงความคิดเห็น Nara วันที่ตอบ 2013-02-14 20:43:36


ความเห็นที่ 11 (3509876)

 ขอโทผษที่รบกวนนะคะ เพราะกังวลมากๆคะ ว่าจะทำหมันหรือเปล่าเพราะ้จอใน web 

หนึ่งเขียนอย่างนี้คะ

 Dogs that have been diagnosed with Babesia should not be bred or used as blood donors (to prevent spreading disease)

ช่วยแนะนำด้วยนะคั

ผู้แสดงความคิดเห็น Nara วันที่ตอบ 2013-02-14 20:44:21


ความเห็นที่ 12 (3509885)

1. ก็ถูกแล้วไงครับ  แม่สุนัขที่เป็นโรค ไม่ควรให้ผสม หรือไม่ควรเป็นตัวบริจาคให้เลือดเพราะจะแพร่กระจายเชื้อได้ (แพร่จากแม่สู่ลูก หรือแพร่โรคผ่านเลือดที่บริจาค)

2. หายขาดหรือไม่ขึ้นอยู่กับการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสม  และการป้องกันการติดเชื้อซ้ำจากเห็บหมัด

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-02-14 21:33:50



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล *
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.